ลงทุนแบบพีระมิด

ลงทุนแบบพีระมิด

หลายๆ คนที่หันมาเป็นนักเก็งกำไรจากราคา โดยใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค จะพบกฎเหล็กข้อนึงเสมอคือ การกำหนดจุดตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความเสี่ยง

โดยทุกสำนักจะย้ำนักย้ำหนา ว่าอย่าให้ความเสียหายจากการคัทลอส ทำให้พอร์ตเสียหายมากเกินไป พูดง่ายๆ คือ พอรู้จุดที่คัทลอสแล้ว ต้องจัดการเงินในการลงทุนครั้งนั้นให้เหมาะสม ไม่ให้ทุ่มลงมากเกินไป

วิธีนี้เวลาขาดทุนก็ดีครับ เพราะลงเงินน้อย คัทลอสก็เข้าเนื้อน้อย แต่เวลาเทรดที่ทำกำไรนี่สิ ลงเงินน้อยก็ได้กำไรน้อยตามไปด้วย แบบนี้เมื่อไหร่จะรวย…

สิ่งที่หนังสือหรือกูรูหลายๆ คนไม่ยอมบอก ก็คือ การซื้อนั้นไม่จำเป็นต้องซื้อให้เสร็จในครั้งเดียวครับ นักเก็งกำไร เมื่อเห็นว่าการซื้อครั้งไหน ถูกต้อง คือราคาวิ่งไปตามทิศทางที่คาดคะเนไว้ นอกจากไม่ควรรีบขายแล้ว ยังควรที่จะซื้อเพิ่มด้วยครับ

::::::::::::::::::::::::::::::::::::

ซื้อเพิ่มไม่ถูกกำไรอาจกลายเป็นขาดทุน
นักเก็งกำไรบางคนบอกว่า ก็พอเห็นว่ามีกำไรก็ทยอยซื้อเพิ่มเรื่อยๆ แต่ที่ไหนได้ ราคาพักตัวลงมาแค่หน่อยเดียว ทำเอากำไรที่สะสมมาตั้งนาน หดหายไปหมดเลย ลองมาดูตัวอย่างกันครับ

ซื้อหุ้นครั้งแรก ราคา 10 บาท จำนวน 1,000 หุ้น โดยตั้งระยะคัทลอสไว้ที่ 0.50 บาท (ถ้าลงมาถึง 9.50 บาท ก็ขายตัดขาดทุน)

ซื้อหุ้นครั้งที่ 2 ราคาเพิ่มเป็น 10.50 บาท คราวนี้ซื้อเพิ่มเท่าที่มี คือซื้อเพิ่มอีก 1,000 บาท ตอนนี้เลยมีหุ้น 2,000 หุ้น ทุนเฉลี่ยเพิ่มเป็น 10.25 บาท ตั้งระยะคัทลอสไว้ที่ 0.50 บาทเช่นเดิม (ลงมาถึง 10 บาท ก็ขาย)

ซื้อหุ้นครั้งที่ 3 ราคาเพิ่มเป็น 11 บาท ซื้อเพิ่มเท่าที่มี คือซื้อเพิ่มอีก 2,000 บาท ตอนนี้เลยมีหุ้น 4,000 หุ้น ทุนเฉลี่ยเพิ่มเป็น 10.60 บาท ตั้งระยะคัทลอสไว้ที่ 0.50 บาทเช่นเดิม (ลงมาถึง 10.50 บาท ก็ขาย)

ซื้อหุ้นครั้งที่ 4 ราคาเพิ่มเป็น 11.50 บาท ซื้อเพิ่มเท่าที่มี คือซื้อเพิ่มอีก 4,000 บาท ตอนนี้เลยมีหุ้น 8,000 หุ้น ทุนเฉลี่ยเพิ่มเป็น 11.06 บาท ตั้งระยะคัทลอสไว้ที่ 0.50 บาทเช่นเดิม (ลงมาถึง 11 บาท ก็ขาย)

ซื้อหุ้นครั้งที่ 5 ราคาเพิ่มเป็น 12 บาท ซื้อเพิ่มเท่าที่มี คือซื้อเพิ่มอีก 8,000 บาท ตอนนี้เลยมีหุ้น 16,000 หุ้น ทุนเฉลี่ยเพิ่มเป็น 11.53 บาท ตั้งระยะคัทลอสไว้ที่ 0.50 บาทเช่นเดิม (ลงมาถึง 11.50 บาท ก็ขาย)

ลักษณะการซื้อแบบนี้เป็นแบบพีระมิดหงาย และมีการยกจุดคัทลอสขึ้นตาม (Trailing Stop) แต่แทนที่จะเป็นการยกขึ้นเพื่อล็อคกำไร กลับกลายเป็นว่า ไม่ว่าราคาจะขึ้นไปจนซื้อได้กี่ไม้ก็ตาม เมื่อจบรอบและราคาพักตัวลงมาถึงจุดคัทลอส ก็จะขาดทุน 500 บาทเสมอ

ดังรูป คือราคา ตรงกลางสีเขียว คือจำนวนที่ซื้อ ส่วนสีส้มด้านขวาคือผลกำไรขาดทุน หากราคากลับตัวจากจุดนั้นลงมาแตะระดับคัทลอส

ยกตัวอย่าง ถ้าผิดตั้งแต่ไม้แรก คือ 10 บาท ขาย 9.50 บาท ก็จะขาดทุน 0.50 บาท/หุ้น จำนวน 1,000 หุ้น รวมขาดทุน 500 บาท

แต่หากจับจังหวะได้ดี เจอราคาขึ้นไปเรื่อยๆ ถึง 12 บาท แต่ด้วยการซื้อเพิ่มแบบพีระมิดหงาย ทำให้พอราคาพักมา 11.50 บาท ต้องขาย ก็จะขาดทุน 0.03 บาท/หุ้น จำนวน 16,000 หุ้น รวมขาดทุน 500 บาท เหมือนเดิม

พูดง่ายๆ คือ ถ้าซื้อด้วยวิธีนี้ ไม่ว่าจะเลือกผิดจังหวะแต่ต้น หรือถูกจังหวะจนไปได้ไกลแค่ไหน สุดท้ายพอราคาตกลงมาถึงจุดขาย ก็ขาดทุนอยู่ดี ที่เป็นแบบนี้เพราะการซื้อเพิ่มแบบพีระมิดหงาย ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยเพิ่มเร็วเกินไป

::::::::::::::::::::::::::::::::::::

ซื้อแบบเท่ากันทุกไม้
จากตัวอย่างเดิม หากเปลี่ยนเป็นการซื้อด้วยขนาดที่เท่ากันทุกครั้ง จะได้ผลที่ต่างไปมาก ดังนี้
ซื้อหุ้นครั้งแรก ราคา 10 บาท จำนวน 1,000 หุ้น ทุนเฉลี่ย 10 บาท
ซื้อหุ้นครั้งที่ 2 ราคาเพิ่มเป็น 10.50 บาท ซื้อเพิ่ม 1,000 บาท ทุนเฉลี่ยเป็น 10.25 บาท (มี 2,000 หุ้น)
ซื้อหุ้นครั้งที่ 3 ราคาเพิ่มเป็น 11 บาท ซื้อเพิ่ม 1,000 บาท ทุนเฉลี่ยเป็น 10.50 บาท (มี 3,000 หุ้น)
ซื้อหุ้นครั้งที่ 4 ราคาเพิ่มเป็น 11.50 บาท ซื้อเพิ่ม 1,000 บาท ทุนเฉลี่ยเป็น 10.75 บาท (มี 4,000 หุ้น)
ซื้อหุ้นครั้งที่ 5 ราคาเพิ่มเป็น 12 บาท ซื้อเพิ่ม 1,000 บาท ทุนเฉลี่ยเป็น 11 บาท (มี 5,000 หุ้น)

จากภาพนี้ หากซื้อได้แค่ไม้แรก หรือไม่เกินไม้ที่ 2 เมื่อคัทลอสจะขาดทุน 500 บาท แต่หากราคาหุ้นผ่าน 11.00 บาท หรือได้เข้าซื้อไม้ที่ 3 เป็นต้นไป จะไม่มีทางขาดทุนอีกเลยเวลาคัททอส และกำไรจากทุกๆ การขึ้น ก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอีกด้วย (ไม้ 3 ปิดประตูขาดทุน ส่วนไม้ 4 เริ่มได้กำไร)

คราวนี้มาดูจุดสำคัญมากอีกจุด เดิมทีเดียวการซื้อหุ้นแบบไม้เดียว (สมมติระยะ Trailing Stop เป็น 5%) หากซื้อปุ๊บตกปั๊บ จะขาดทุน 500 บาท หากขึ้นไป 10.50 บาท แล้วย่อก็จะขายที่เท่าทุนคือ 10 บาท แต่เหนือจากนั้นก็จะมีกำไร เช่นขึ้น 12 บาทและย่อ จะขายที่ 11.50 บาท มีกำไร 1,500 บาท (เส้นสีแดง กำไรในแถวกลาง)

ไฮไลท์อยู่ที่ หากนักลงทุนเจอหุ้นที่ผันผวนขึ้นแรงถึง 12 บาทได้ กำไรในครั้งนั้นจะครอบคลุมขาดทุนได้ถึง 3 ครั้ง หรือพูดง่ายๆ คือ ขอถูกแค่ 1 ครั้ง ต่อการขาดทุน 3 ครั้ง (ความแม่น 25%) เท่านี้ก็สามารถอยู่ในตลาดได้แบบไม่ขาดทุนแล้ว

แต่หากเรา เพิ่มการซื้อแบบเท่ากันทุกไม้เข้าไป ผลที่ได้จะเป็นดังภาพแถวขวาสุด

สมมติเจอหุ้นแบบเดียวกัน กำไรจากการขึ้นไปถึง 12 บาท คราวนี้จะมีกำไรถึง 2,500 บาท หรือครอบคลุมการขาดทุนได้ถึง 5 ครั้ง

ตัวเลขอาจจะเยอะไปหน่อย แต่อยากลองให้พิจารณาดูดีๆ หลายๆ รอบ รับรองว่าคุ้มค่า เพราะหากนำไปใช้กับวิธีการเทรดที่มีอยู่เดิม ประสิทธิภาพเดิมๆ การบริหารหน้าตักในการซื้อจะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไรของคุณได้ครับ

เปิดโลกการเรียนรู้สู่การลงทุน ต่อยอดสู่ความมั่งคั่ง เริ่มต้นเรียนรู้ได้ที่ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยครับ ห้องสมุดมีหนังสือดีด้านการเงิน การลงทุน กว่า 20,000 เล่ม รอให้ทุกท่านได้มาเรียนรู้

ห้องสมุดเปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08:30-21:00 น.

ฟ้าไม่เคยลิขิตให้ใครจน แต่คนต้องรู้จักลิขิตชีวิตตัวเอง

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง

คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท

อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น

คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้นไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย

การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด

เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง

images

วิธีการสมัคร Exness

วิธีการฝากเงินเข้า Exness

วิธีการถอนเงินออกจาก Exness

วิธีการเปิดบัญชี Demo ทดลองเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness

วีดีโอสอนวีดีโอสอนเทรดforex เริ่มต้น บทที่ 1

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *