“นักเทรดวัยเยาว์” อายุ 16 ปี เปลี่ยนเงิน 6,200 เป็น 2.4 ล้าน ได้ในเวลา 8 เดือน พร้อมเผยเคล็ดลับความสำเร็จ

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาเปิดเรื่องราวของ “นักเทรดวัยเยาว์” อายุ้พียง 16 ปี เขาสามารถเปลี่ยนเงิน 6,200 บาท เป็น 2.4 ล้านบาท ได้ในเวลา 8 เดือน พร้อมเผยเคล็ดลับความสำเร็จในครั้งนี้

วัยรุ่นเป็นช่วงวัยที่อยากรู้ อยากเห็น ลองผิด ลองถูก เพื่อค้นหาตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่ชอบ มีความสนใจด้านใด และนำสิ่งนั้นไปต่อยอดในอนาคต เด็กนักเรียนชายวัย 16 ปีจากเมืองทอตนัม ประเทศอังกฤษ ก็เป็นวัยรุ่นอีกคนหนึ่งที่หาตัวเองจนเจอว่าชอบอะไร และสิ่งสิ่งนั้นคือ การลงทุนจากการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา หรือที่เรียกกันว่า Forex

ไม่ใช่แค่ชอบ แต่เขายังทำมันได้ดีมากเสียด้วย ถึงขนาดที่เปลี่ยนเงิน 150 ปอนด์ (ราว 6,200 บาท) เป็น 60,000 ปอนด์ (ราว 2,486,000 บาท) ได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี โดยความสำเร็จนั้น เขายกเครดิตให้แก่ Youtube และ Brexit (คือข่าวคราวการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าเงินปอนด์) ที่ช่วยให้เขาเรียนรู้ และทำมันออกมาได้ดีอย่างที่เห็น

เพื่อน ๆ อาจเริ่มสงสัยแล้วว่า เด็กหนุ่มคนนั้นคือใคร?? วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ Edward Ricketts วัยรุ่นผู้ประสบความสำเร็จคนดังกล่าวกัน

Edward เล่าว่าจุดเริ่มต้นในการหาเงินด้วยวิธีนี้เกิดขึ้น เพราะเขาเห็นนักเทรดเงินตรารายหนึ่งทางอินสตาแกรม นักเทรดคนนั้นมีวิถีชีวิตที่ร่ำรวยสุด ๆ มีรถหรู ๆ ใช้ ได้ออกแบบเสื้อผ้าเอง และนั่นจึงทำให้เด็กหนุ่มตัดสินใจขอคำแนะนำในการเข้าสู่วงการการเป็นนักเทรดเงินบ้าง

อย่างไรก็ตาม ชายคนดังกล่าวกลับให้ข้อมูลที่ไม่จริงจังเลย แถมยังบอกอีกว่า Edward คงทำมันไม่สำเร็จหรอก Edward จึงมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าชายคนนั้นคิดผิด เขาตัดสินใจใช้เวลาหลายชั่วโมงในการศึกษาข้อมูลเองจาก Youtube เพื่อทุ่มเทให้กับสิ่งที่หวัง

เขากล่าวต่อว่าสิ่งที่ช่วยเขาได้มากที่สุดจากการเพิ่มเงินตราที่มีอยู่ก็คือการติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับ Brexit อยู่เสมอ เขาลงทุนซื้อเงินเมื่อค่าเงินต่ำลง รอจังหวะที่ค่าเงินสูงขึ้น และขายมันในช่วงนั้นเพื่อเอากำไร

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ประสบความสำเร็จเลยตั้งแต่ครั้งแรก เพราะในช่วงแรกเขาได้ลงทุนจากเงินเก็บไปกว่า 200 ปอนด์ เขาได้ลองผิดลองถูกและสูญเงินไปกว่า 196 ปอนด์ (ราว 8,000 บาท)

แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ เก็บเงินอีกรอบจากการทำงานแจกใบปลิวในสถานีรถไฟ ครั้งนี้เข้ามีต้นทุนที่ 150 ปอนด์ และเปลี่ยนมันเป็น 60,000 ปอนด์ได้ภายใน 8 เดือน!

ปัจจุบัน เขาถือเป็นหนึ่งในนักเทรดเงินตราผู้มีความรู้คนหนึ่ง เขาสามารถให้คำปรึกษาผู้ที่สนใจกว่า 100 ราย โดยมีรายได้จากตรงนี้อีก 120 ปอนด์ต่อครั้ง (ราว 5,000 บาท)

ทั้งนี้ เด็กหนุ่มมีเป้าหมายหาเงินจากการลงทุนนี้ต่อไป เพราะเขาตั้งใจไว้ว่าจะเก็บเงินเพื่อซื้อรถ Mercedes A-Class ในอนาคต และต้องการพาครอบครัวไปเที่ยวที่สหรัฐอเมริกา

 

แหล่งที่มา: mirror, ladbible , metro, catdumb.com

ฟ้าไม่เคยลิขิตให้ใครจน แต่คนต้องรู้จักลิขิตชีวิตตัวเอง

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง

คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท

อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น

คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย

การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด

เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง

เส้นทางนักเล่นหุ้น วัยรุ่นเงินล้าน

สาวน้อยเล่นหุ้น ยุ้ย-พรพิมล รัตนประไพ นักเก็งกำไรมืออาชีพซึ่งมียอดตัวเลขรายได้จากการเล่นหุ้นถึง 7 หลักต่อเดือน และมีดีกรีเป็นถึงระดับอาจารย์ในวัยเพียงแค่ 26 ปีเท่านั้น เงินล้านจึงหาได้ไม่ยากนักสำหรับเธอที่ทุ่มเทตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา จนถึงวันนี้เธอรู้แล้วว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนจากประสบการณ์ที่ได้ในตลาดหุ้น

เส้นทางนักเล่นหุ้นเริ่มต้นตั้งแต่เธออายุ 23 ปี หลังจากเรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และได้ทำงานอยู่ที่สถาบันการเงินแห่งหนึ่ง เธอเป็นพนักงานแบงก์ได้ประมาณ 8 เดือน จึงลาออกมาเทรดหุ้น และตอนนี้ก็ยังเทรดหุ้นเรื่อยมา โดยไม่ได้ทำงานประจำอีกเลย…

คิดแบบคนรวย
“คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” คำกล่าวนี้ฝังอยู่ในหัวของนักเล่นหุ้น และเป็นแรงผลักดันให้นักลงทุนมืออาชีพสร้างเส้นทางรวยด้วยวิธีคิดนี้ เช่นเดียวกับสาวนักเล่นหุ้นที่ค้นหาความฝันบนถนนสายนี้เช่นกัน

“ตั้งแต่เด็กเรามีความฝันอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ก็มานั่งคิดว่านักธุรกิจอะไรหนอที่ไม่ต้องเจอกับคนเยอะๆ เพราะไม่ชอบเจอคนเยอะ ชอบเรียนรู้และอยู่ในโลกของตัวเอง จึงนั่งคิดมาตลอดว่าจะมีธุรกิจอะไร จนคิดได้ว่ามีการลงทุนวิธีหนึ่ง คือการเล่นหุ้น”
“การเล่นหุ้น คือการทำธุรกิจแบบหนึ่งโดยที่ไม่ต้องใช้คนเยอะ เราควบคุมตัวเราคนเดียวได้ ปกติถ้าเราทำธุรกิจทั่วไป จะต้องมีลูกน้อง เจ้านาย มีพนักงานในบริษัทซึ่งต้องดูแลคนมากมาย แต่คนเทรดหุ้นหรือคนที่ลงทุนในตลาดหุ้นฉลาดกว่านั้น เราแค่ดูบริษัทไหนมีการบริหารงานดี น่าสนใจ เราก็ไปลงทุน อันนี้เขาเรียกว่านักธุรกิจที่ไม่ต้องใช้คนเยอะ เป็นการมองภาพรวมของแต่ละบริษัทแล้วลงทุนโดยไม่มีภาระทางจิตใจผูกพัน”
แม้ว่าเธอจะเข้ามาเป็นพนักงานแบงก์ไทยพาณิชย์ ทำให้ได้ใกล้ชิดกับเรื่องเงิน แต่เธอไม่ได้มีหน้าที่หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ที่จะนำไปลงทุนเลย ถึงอย่างไรแล้วการเข้ามาทำงานแบงก์ก็เป็นลู่ทางให้เธอเป็นนักเทรดหุ้นมืออาชีพอย่างเช่นทุกวันนี้
“ถ้าวันนี้เราอยากสร้างความมั่งคั่งอะไรก็ตาม มันคงหนีไม่พ้นเรื่องเงิน แล้วเราอยากเข้าไปคลุกคลีเกี่ยวกับวงการทางการเงินเพื่อหาช่องทางที่จะไปต่อว่าอะไรที่จะไปต่อยอดในสิ่งที่เราต้องการได้ โอเค…เรารู้อยู่แล้วว่าอยากทำธุรกิจ รู้อยู่แล้วว่าอยากเล่นหุ้น แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร เมื่ออยากเริ่มต้นจึงต้องเข้าไปคลุกคลีในสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อจะซับข้อมูล”

รายได้ 7 หลักต่อเดือน
ตลอดระยะเวลา 3 ปีกว่า เธอทุ่มเทกับการลงทุนในตลาดหุ้นมาตลอด เมื่อถามว่าโดยส่วนตัวคิดว่าตอนนี้ประสบความสำเร็จในการเล่นหุ้นถึงระดับไหนแล้ว เธอตอบกลับมาด้วยคำคมว่า “ความสำเร็จมันขึ้นอยู่กับความสุขของแต่ละคน ถ้าเทียบของยุ้ย คงเป็นระดับปานกลางมั้งค่ะ ถ้ารายได้จากการเทรด 7 หลักต่อเดือน ก็ถือว่าระดับปานกลาง (โอ้โฮ!) แต่ถ้าระดับสูงจะเป็น 8 หลักต่อเดือน แต่ของยุ้ยยังเป็น 7 หลักอยู่ เดี๋ยวรอก่อน เร็วๆ นี้ (หัวเราะ)”
ไม่ผิดถ้านักเก็งกำไร เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ย่อมสร้างรายได้อย่างมหาศาล ถึงขนาดคิดกำไรเป็นวินาทีเลยทีเดียวในขณะที่ได้กำไรมากที่สุด แต่สาวน้อยนักเก็งกำไรของเราก็สร้างรายได้ไม่เบาแม้ว่าจะไม่ใช่รายวินาทีแบบขั้นเทพ แต่ก็รายนาทีเชียวล่ะ ใครหารายได้เร็วเท่านี้บ้างยกมือขึ้น
“ยุ้ยเคยทำกำไรได้มากที่สุดเป็นหลักแสนรายนาที ตอนแรกที่ทำได้ รู้สึก…เฮ้ย! เราทำได้ด้วยว่ะ เพราะตอนแรกทุกคนบอกว่า คนที่ทำได้ต้องขั้นเทพ แต่ถ้าคุณจับแพตเทิร์นของหุ้นเป็น ของตลาดเป็นก็จะมีโอกาสทำกำไรได้เหมือนกัน”
ปัจจุบันนอกจากเธอจะเป็นนักเทรดหุ้นมืออาชีพแล้วยังเป็นอาจารย์ช่วยสอนหลักสูตรพ่อมดการเงินที่ บริษัท ดิสติงชั่น จำกัด อีกด้วย

หลักสูตรพ่อมดการเงิน
ยุ้ยเป็นหนึ่งในสองคนที่เริ่มก่อตั้งสถาบันหลักสูตรพ่อมดการเงิน เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่สนใจหารายได้จากการเล่นหุ้นเหมือนกันกับเธอ และอีกหนึ่งผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักคือ อาจารย์ธนาธร ชูชาติพงษ์
“ตอนแรกเรามาเทรดหุ้นกันเองจนอยู่ดีมีสุข แล้วมีเพื่อนๆ บอกว่าทำไมพวกแกอยู่แต่ในบ้านกัน แล้วชีวิตดูมีความสุขอย่างนี้ ใช้ชีวิตแบบสบายมาก ไม่ต้องวิตกกังวลเหมือนคนอื่นเขาก็เลยถามว่าเราทำอะไร อ่อ… เราเทรดหุ้นนะ จึงจุดประกายขึ้นมาว่ามันไม่มีโรงเรียนไหนสอนเล่นหุ้นเลย”
“คนที่สนใจอยากเล่นหุ้นมีเยอะนะ แต่ว่าวันนี้ไม่มีใครอยากลองผิดแล้ว อยากลองถูกแล้วลุยเลย คนที่เข้ามาเรียน 80% เป็นคนที่ไม่มีความรู้เรื่องหุ้น แล้วถ้าไปเทรดหุ้นโดยไม่มีความรู้จะเกิดอะไรขึ้น จึงอยากให้คนรู้เรื่องการลงทุนแบบพ่อมด แบบมืออาชีพ ทำยังไงถึงทำกำไรได้ง่ายที่สุด เร็วที่สุด ปลอดภัยที่สุด และมีความเสี่ยงต่ำที่สุด” สิ่งเหล่านี้เธอเชื่อว่าในมหาวิทยาลัย หรือระบบการศึกษาที่ไหนก็ไม่มีสอน
นักเรียนทุกคนต้องผ่านระบบการเรียน การติวและการสอบ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ผลลัพธ์ที่ได้คือสามารถหาเงินได้ตลอดทั้งชีวิต สำหรับหน้าที่ของอาจารย์ คือทำอย่างไรให้นักเรียนทำกำไรได้ ส่วนหน้าที่ของนักเรียน คือทำอย่างไรให้ได้เป้าหมายตามที่ตัวเองต้องการ
“นักเรียนที่นี่เป็นแม่ค้าขายเนื้ออยู่ที่ตลาดก็มี รปภ.จบ ป.4ยังมีเลย ส่วนคนที่มีการศึกษาหน่อยมีตั้งแต่ ป.ตรีจนถึงด็อกเตอร์ นักเรียนที่มาเรียนอายุน้อยสุด 12 ปีนะ อายุมากสุดประมาณ 65 ปีได้ ทุกคนสามารถทำได้หมด อย่างเด็ก ม.1 ที่อายุน้อยสุด ตอนนี้ก็สามารถหาเงินเองได้แล้ว”

สิ่งสำคัญที่นักเล่นหุ้นต้องมี
“เงินไม่ใช่ปัจจัยหลักในตลาดหุ้น ความรู้ต่างหากที่ต้องมี” ถ้าวันนี้ตั้งใจจะลงทุน ควรสำรวจตัวเองก่อนว่าคุณมีความรู้เกี่ยวกับหุ้นมากพอหรือยัง เราต้องหาความรู้ก่อนเมื่อไม่มีความรู้ จึงไม่สมควรที่จะลงทุน
อาจารย์ยุ้ยพูดถึงหนังสือเล่มโปรดที่เธอชอบเป็นพิเศษ ชื่อว่า “เงินสี่ด้าน” ของ โรเบิร์ต คิโยซากิ เขาบอกว่า “สิ่งที่คนชอบมากที่สุด คือการเป็นนักลงทุน ใช้เงินทำงานแทน แต่ทุกคนจะถูกหลอกเสมอว่าคุณต้องเป็นพนักงานประจำก่อน แล้วค่อยเป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งจริงๆ มันไม่ใช่ ทุกอย่างมัน
เริ่มต้นได้ที่การลงทุน โดยการใช้เงินไปต่อเงิน ทุกคนอาจคิดว่าต้องรอมีเงินมากๆ ไม่ว่าคุณจะมีเงินหลักพัน หลักแสน หลักล้านไม่ได้สำคัญ สำคัญที่คุณมีความรู้รึเปล่า”
เริ่มลงทุนหลักพันคุณทำได้ “ต่อให้คุณมีเงินเป็นร้อย เป็นพันล้าน ถ้าคุณไม่มีความรู้ มีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอหรอก สิ่งสำคัญที่สุด ถ้าคุณไม่มีความรู้ก็อย่าเอาเงินไปเททิ้ง”
เมื่อมีความรู้แล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก่อนที่จะเป็นนักลงทุนได้คือ การปล่อยวางความกลัว และสร้างความกล้าหาญให้แก่ตัวเอง หลายคนอาจคิดว่าตลาดหุ้นเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงสูง ฉะนั้นเราต้องศึกษาว่าตัวเองกลัวอะไร กลัวเพราะไม่รู้ใช่ไหม เมื่อไม่รู้ต้องทำให้รู้แล้วเราก็จะไม่กลัวมัน เราต้องเดินหน้าและสร้างความกล้าหาญที่จะฝึกทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อเอาชนะและก้าวข้ามความกลัวไปให้ได้

ขั้นตอนทำกำไรแบบมืออาชีพ
เมื่อขจัดความกลัว และสร้างพลังให้แก่ตัวเองได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือคุณต้องวิเคราะห์การลงทุนในตลาดว่าตลาดไหนสร้างผลประโยชน์ให้เราได้มากที่สุด “ถ้าเราไม่รู้ว่าเมื่อลงทุนแล้วจะคุ้มค่ากับสิ่งที่ลงทุนไปไหม มันย่อมไม่ดี”
สิ่งที่เราต้องวิเคราะห์เพื่อเริ่มการลงทุน คือ 1.ตลาด ตลาดหลักทรัพย์มีทั่วโลกเลย แล้วตลาดไหนดี 2.การทำกำไร ต้องใช้กลยุทธ์ในการทำกำไรแบบไหน เราจะป้องกันความเสี่ยงในการทำกำไรได้อย่างไร และ 3.จากนั้นเราจะมีการวางแผนจัดการทางด้านการเงินอย่างไรให้ทำกำไรได้ดีที่สุด ซึ่งทุกอย่างล้วนมีขั้นตอนทั้งหมด
“ส่วนใหญ่คนที่มาเรียน เขาอยากรู้ว่าการเริ่มนับ 1 ต้องทำยังไงถ้านับ 1 ได้ 2 3 4 5…มันก็ไม่ได้เป็นปัญหา ถ้ายังไม่มีความรู้พื้นฐาน จึงต้องสอนตั้งแต่เริ่มต้น หุ้นคืออะไร ตลาดหุ้นมีอะไรบ้าง แล้วเราจะมาดูว่านักเรียนแต่ละคนเหมาะกับการเป็นนักเก็งกำไรมืออาชีพ หรือเหมาะที่จะเป็นนักลงทุนมืออาชีพ”
“นักเก็งกำไรมืออาชีพ คือคนที่แสวงหาโอกาส เมื่อมีโอกาสมีอีเวนต์ต่างๆ เข้ามา ปกติเราจะลงทุนโดยใช้ปัจจัยพื้นฐาน และการดูกราฟ สองสิ่งนี้บ้านเราใช้มานานแล้ว อย่าง จอร์จ โซรอส นักเก็งกำไรระดับโลก เขาจะมองหาโอกาส อีเวนต์หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการทำกำไร เช่น ที่ผ่านมาเกิดหุ้นร่วงหนักๆ แสดงว่าสภาวะเศรษฐกิจเป็นอย่างไร ทองขึ้นเพราะอะไร ทุกอย่างเขาเรียกว่าเหตุการณ์ทั้งหมด ถ้าเราจับเหตุการณ์พวกนี้ได้ เราสามารถใช้เงินแค่นิดเดียว สร้างเงินได้อย่างมหาศาล นี่แหละเรียกว่านักเก็งกำไร”
เมื่อมีโอกาสสามารถทำเงินได้มากมายมหาศาล ถ้าจับจังหวะตลาดได้ด้วยความรู้อย่างมืออาชีพจริง และถ้าวันนี้สามารถสร้างเงินได้มากที่สุด แต่ถ้าบริหารความเสี่ยงไม่เป็นก็ไม่มีประโยชน์ ฉะนั้นการทำกำไรจึงเป็นความท้าทายของนักเล่นหุ้นมืออาชีพ

ตลาดหุ้น ตปท. กำไรสูง ความเสี่ยงต่ำ
“ง่ายที่สุด ปลอดภัยที่สุด และสร้างผลตอบแทนได้มากที่สุด” เป็นประเด็นหลักให้เธอตัดสินใจลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งมีข้อดีหลายปัจจัยที่นักลงทุนหลายคนมองข้าม
“ถ้าการลงทุนในตลาดทั่วๆ ไป เขาจะมีการกำหนดจุดทำกำไรต่างๆ ไว้ เช่น ทำกำไรสูงสุดต่อวันได้ 30% นะ แต่ในอเมริกาเขาไม่จำกัดเพดานกำไร สามารถทำกำไรได้สูงสุดเท่าที่ศักยภาพที่คุณมี และมีข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือ ตลาดหุ้นในต่างประเทศมี Stop loss คือการตัดขาดทุนแบบอัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องนั่งเฝ้า เช่น คุณลงทุนไป 100 บาทแล้วบอกว่าสามารถรับความเสี่ยงได้ 10 บาท คุณซื้อหุ้นที่ 100 ตั้ง Stop loss ที่ 90 เลย ถ้าหุ้นตกมาถึง 90 ปุ๊บ ระบบจะออโตรันตัดขาดทุนอัตโนมัติทันที ทำให้เราสามารถจำกัดการขาดทุนได้”
“ไม่ว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง เราต้องมีกลยุทธ์ในการทำกำไร ปีนี้เป็นปีทองมันจะมีโอกาสเหตุการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ5 ปี ขณะที่ทุกคนกำลังวิตกจริตกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่เรามีโอกาสทำกำไรได้มาก เพราะเมื่อหุ้นร่วงหนักทุกคนกำลังกลัว แล้วคุณจะพลิกวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสได้ยังไง เราต้องเป็นคน 5% ไม่ใช่คน 95% คน 95% จะมองเห็นแต่วิกฤตเยอะแยะไปหมด แต่คน 5% เท่านั้นในตลาดหุ้นที่สามารถทำกำไรได้ คือต้องมองหาโอกาสในวิกฤตนี้ให้เจอ แล้วคุณจะเป็นผู้สร้างความมั่งคั่งคนใหม่”
ข้อจำกัดของคนเล่นหุ้นคือ ความโลภ คนเราเล่นหุ้นก็ต้องอยากรวย เมื่ออยากรวยจึงต้องรู้ว่าทำกำไรอย่างไรให้ฉลาดที่สุด คือได้ผลตอบแทนสูงที่สุด ความเสี่ยงต่ำที่สุด นั่นแหละคือคีย์ของตลาดหุ้น ดังนั้นจึงต้องบริหารความเสี่ยงเพื่อให้ขาดทุนน้อยที่สุด

หุ้นไอทีทำเงิน
ที่ผ่านมามีช่วงหนึ่งที่คนแห่ซื้อทองอย่างหนัก นักลงทุนหวังเก็งกำไรจากทองคำ แต่จริงๆ แล้ว หุ้นที่คนนิยมเล่น ไม่จำเป็นต้องทำเงินเสมอไป เธอจึงแนะนำหุ้นที่น่าสนใจในตลาดอเมริกาหลาย Sectorและที่น่าจับตามองคือกลุ่มไอที เทคโนโลยี เนื่องจากโลกปัจจุบันอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสารนั่นเอง
“พอมี iPadออกมา แสดงว่าหุ้นของมันอาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง เราก็มีโอกาสทำกำไรได้แล้ว แต่หุ้นไอทีไม่ได้มีเพียงตัวเดียว ถ้าคิดในปีหนึ่งเขาผลิตสินค้าใหม่ 1ตัวต่อบริษัท มันจึงทำกำไรได้เยอะมากและง่ายที่สุดด้วย”
หุ้นกลุ่มไหนได้ผลตอบแทนสูง นักเล่นหุ้นก็แย่งกันลงทุน เมื่อหุ้นร่วงจึงไม่ต่างอะไรกับ “แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ” ซึ่งยุ้ยให้ข้อคิดตรงนี้ว่า “เราต้องใช้จิตวิทยาในการลงทุน ลงทุนในสิ่งที่ต่างจากคนอื่นทำ มองและคิดหลายชั้นในหตุการณ์ที่เจอว่าเราจะทำกำไรจากเหตุการณ์นั้นได้อย่างไร จะลงทุนกลุ่มไหนก็ต้องอินเทรนด์ตามเหตุการณ์ปัจจุบันด้วย ตลาดเปลี่ยน โลกเปลี่ยน เราต้องเปลี่ยนให้ทันโลก”
“มีคนเคยบอกว่าตลาดหุ้นไม่เคยเปลี่ยน แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือนักลงทุน กับราคาทุนที่เปลี่ยนแปลงไป และตลาดหุ้นจะอยู่กับเราเสมอ เพราฉะนั้นคนที่ลงทุนในตลาดหุ้น สามารถหาเงินได้ตลอดทั้งชีวิต เพราะตลาดหุ้นมีทุกวัน และมีไปตลอดด้วย ตลาดหุ้นไม่มีเอาต์มีแต่อินเทรนด์ตลอด (หัวเราะ)”

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง
คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท
อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย
การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด
เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง
images

วิธีการสมัคร Exness

วิธีการฝากเงินเข้า Exness

วิธีการถอนเงินออกจาก Exness

วิธีการเปิดบัญชี Demo ทดลองเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness

เป็น วัยรุ่น ก็ ลงทุนในหุ้น ได้ ทำยังไงมาดูกัน!

การ ลงทุน ไม่ใช่เรื่องของผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ วัยรุ่น ก็ทำได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในเรื่องของ การลงทุนในหุ้น หรือ การเล่นหุ้น นั่นเอง MoneyGuru.co.th เชื่อว่า วัยรุ่นหลายคนก็อยากลองเล่นหุ้นดูบ้าง อยากลองลงทุนอะไรสักอย่างบ้าง แต่ก็ยังไม่รู้วิธีการเล่นที่ดี กลัวว่าจะขาดทุน กลัวจะเสียเงินเยอะ กลัวไปหมด เราจึงได้เอาวิธีการลงทุนสำหรับวัยรุ่นมาฝากกันครับ เพื่อเป็นแนวทางในการลงทุนสำหรับตอนนี้และในอนาคตครับ

อย่างแรกเลยที่เราควรรู้คือ เล่นหุ้นต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่?

ในการลงทุน เงินทุนยิ่งมากก็ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว แต่สำหรับมือใหม่แนะนำว่าเริ่มต้นที่ 10,000-20,000 บาทก่อนก็ดีครับ ควรเก็บความรู้เก็บประสบการณ์ไปก่อน ถ้าเก่งแล้วค่อยเพิ่มทุนก็ยังไม่สายเกินไปครับ
อย่างไรก็ตาม  การจะใช้เงินทุนเท่าไหร่ นั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบของการลงทุนครับว่าเป็นแบบไหน  หรือลงทุนในหุ้นตัวไหน ถ้ามีน้อยก็เริ่มจากลงทุนน้อยๆ ก่อน แต่เงินที่นำมาลงทุนในหุ้นนี้ ต้องเป็นเงินเย็น คือเงินที่ไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันนะครับ
นอกจากนี้ สิ่งที่เราควรรู้ไว้ก่อนคือ ราคาของหุ้นจะขึ้นจะลงได้ แท้จริงแล้ว จะขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของธุรกิจนั้นๆ เป็นสำคัญ ไม่ใช่เกิดจากการทำราคาหุ้น ปั่นราคาหุ้น เพราะถึงจะทำราคาอย่างไร สุดท้ายแล้วราคาก็จะกลับมาเคลื่อนไหวตามผลการดำเนินงานของธุรกิจอยู่ดีครับ
ดังนั้น เราควรศึกษาไปให้ลึกถึงขั้นรู้ความเป็นมาของหุ้นแต่ล่ะตัว ว่าเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ใครเป็นผู้บริหาร มีผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีเป้าหมายในอนาคตอย่างไร อะไรเป็นจุดอ่อนจุดแข็งของธุรกิจนี้บ้าง

1. เลือกบริษัทที่ทำเงินได้จริงๆ

ในการลงทุนเกี่ยวกับหุ้น อย่างแรกที่ควรคำนึงถึงคือ หุ้นที่ดูคลุมเครือ ไม่โปร่งใส ไม่ระบุให้ชัดเจนว่าทำธุรกิจอะไร เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา หากเจอหุ้นประเภทนี้จงอย่าเข้าไปยุ่ง นอกจากนี้ อย่าไปเล่นในเกมหรือหุ้นที่มีเจ้ามือคุม เพราะเล่นยังไงก็จะเสียเปรียบตลอด เนื่องจากตามไม่ทัน
ดังนั้น หากจะลงทุนในหุ้นตัวแรก ควรเลือกบริษัทที่ทำเงินได้จริงๆ ไม่ใช่บริษัทที่หาเงินโดยการออกหุ้นเพิ่มทุน ไม่เคยคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้นเลย นอกจากนี้หุ้นที่ดีควรขึ้นเพราะกำไรมั่นคงเติบโต และแนวโน้มดูดีมีอนาคตครับ

2. อย่ามองแต่ด้านดีเพียงด้านเดียว

เมื่อเราตัดสินใจลงทุนในหุ้น เราอาจจะยังไม่มีประสบการณ์มากพอ และส่วนใหญ่มักจะวิเคราะห์ส่วนดีมากกว่าส่วนเสีย เช่น กำไรดูดีนะ P/E ก็ยังดูโอเค เป็นต้น ทำให้เราวิ่งเข้าใส่แบบไม่ลืมหูลืมตา โดยลืมมองข้อเสียไปว่า บริษัทนั้นอาจจะกำลังมีคู่แข่งใหม่ที่แข็งแกร่งกว่า หรือมองข้ามจุดอ่อนไปว่า ส่วนใหญ่เขาขายของกันในเมืองนอก เพราะฉะนั้นหากเกิดเหตุการณ์แนวโน้มค่าเงินเปลี่ยน ก็อาจจะทำให้เราแย่ได้ครับ ดังนั้น หากเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็อย่ามองแต่ด้านดีเพียงด้านเดียว ให้มองข้อเสียด้วย และอย่าทุ่มให้สุดตัวครับ

3. หุ้นตก อย่าเพิ่งขายทิ้ง

ในครั้งที่เราตัดสินใจเลือกหุ้นตัวใดตัวหนึ่งแล้ว ในครั้งนั้นหุ้นตัวนี้อาจจะดูดีมากๆ แต่ถ้าวันหนึ่งหุ้นตัวนี้เปลี่ยนไป หรือเจอผลกระทบทางเศรษฐกิจ หรือมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเข้ามาแล้วราคาตก เราก็ควรมาพิจารณาดูว่า ถ้าบริษัทนี้ยังดีอยู่ ผู้บริหารเก่งมีความสามารถ และดูแล้วน่าจะเป็นปัญหาชั่วคราวเท่านั้น เราก็ไม่ควรขายทิ้งนะครับ เผลอๆ อาจจะควรซื้อเพิ่มด้วยซ้ำ เพราะหุ้นตัวนี้อาจจะเป็นหุ้นที่ทำกำไรให้เรามากจนร่ำรวยขึ้นมาก็ได้ครับรอ

4. รอหุ้นที่คิดว่าน่าจะดี

หากเราเห็นหุ้นบางตัวที่มีความคลุมเครือนานเกินไป แบบนี้เราก็ไม่ควรรอนะครับ เพราะอาจจะทำให้เราเสีย Opportunity Cost หรือ ค่าเสียโอกาสได้ แต่หุ้นที่เราคิดว่าน่าจะดีในอนาคต น่าจะเป็นหุ้นทำเงินให้เราอย่างมหาศาลได้ใน 3-5 ปีข้างหน้า แบบนี้ก็น่ารอครับ แต่ถ้าเรารอมาก็นานแล้ว และดูเหมือนมันจะออกมาไม่เป็นไปตามแผน การเลิกรอก็เป็นตัวเลือกที่ดีกว่านะครับ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับความรู้เบื้องต้นเรื่องหุ้นเพื่อวัยรุ่น หวังว่าคุณจะได้เอาคำแนะนำดีๆ จาก MoneyGuru.co.th ไปใช้ อย่างไรก็ตาม การลงทุนนั้นมีความเสี่ยงนะครับ อย่าลืมศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนครับ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Manager, Matichon, Investor
คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง
คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท
อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย
การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด
เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง
images

วิธีการสมัคร Exness

วิธีการฝากเงินเข้า Exness

วิธีการถอนเงินออกจาก Exness

วิธีการเปิดบัญชี Demo ทดลองเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness

เล่นหุ้นบน Samsung Galaxy ด้วยแอปพลิเคชั่น Streaming เวอร์ชั่นใหม่กันเถอะ

ก่อนหน้านี้ถึงแม้จะมี Streaming for Android แต่ด้วยความที่ช้าไม่ทันใจ หลายคนจึงเลือกที่จะเทรดหุ้นเล่นหุ้นบนคอมพิวเตอร์มากกว่า แต่ในวันนี้ Streaming ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับเวอร์ชั่นใหม่ที่เจ๋งและเร็วกว่าเดิม แถมยังมีความสามารถหลายประการที่เหมาะกับนักลงทุน

เล่นหุ้นบนมือถือ ด้วยการตั้ง Widget เข้าถึงราคาตลาดหุ้นง่ายๆ

Widget : ดูราคาและติดตามอย่างใกล้ชิด

ในช่วงที่ภาวะตลาดผันผวนแบบนี้ ทุกคนคงต้องอยากเช็คราคากันรายวัน การเปิดแอปฯ ทิ้งไว้อาจไม่ค่อยสะดวกในการใช้งานเท่าไหร่ โดยในหน้า Widget สามารถดูได้ทั้งในส่วนของ SET Index, รายการที่เราจัดไว้ใน Favorite และ Portfolio ของเราเอง และเมื่อแตะที่รายการจะเป็นการเข้าสู่แอปฯ ของ Streaming for Android ได้อย่างรวดเร็ว

เล่นหุ้นผ่าน android ด้วยการตั้ง Shortcut เข้าถึงง่ายฉับไว

Smart Shortcut : เข้าถึงง่ายอย่างเร็วทุกหน้าจอ

เมื่อแตะที่หุ้นและอนุพันธ์ไม่ว่าคุณจะอยู่หน้าใดก็ตาม (ไม่จำเป็นต้องหน้าซื้อขาย) หากได้แตะค้างไว้ซักพักแอปฯ จะทำการนำไปที่หน้า Shortcut โดยอัตโนมัติ ซึ่งตรงนี้เราสามารถทำได้ทั้งซื้อหรือขาย, เพิ่มเข้ารายการโปรด หรือแม้กระทั้งกด Quote เพื่อไปดูข้อมูลของหุ้นตัวนั้น

ซื้อขายหุ้นผ่านมือถือ ด้วยระคำสั่งซื้อขายใหม่

Click : ระบบคำสั่งซื้อขายแบบใหม่

หากพูดถึงระบบซื้อขายแบบเก่าจะมีเพียงแค่ Buy และ Sell เท่านั้น แต่ฟีเจอร์ Click สามารถช่วยให้เราสั่งซื้อและขายได้ในหน้าเดียว เพียงแตะช่วยราคาที่ต้องการสองครั้ง (ด้านซ้ายคือซื้อ ด้านขวาคือขาย) จากนั้นตัวแอปฯ จะขึ้นให้ใส่ PIN ก็เป็นอันเสร็จสิ้นคำสั่งซื้อขาย

ซื้อขายหุ้นผ่านมือถือได้ง่ายๆ บนหน้าจอระบบใหม่

Superb Design : เข้าถึงและใช้งานง่ายกว่าเดิม

หากทำการแตะกราฟเล็กไม่ว่าจะหน้าไหนก็ตาม ตัวระบบจะเปลี่ยนไปยังหน้ากราฟโดยอัตโนมัติ ซึ่งหน้านี้เราสามารถดูได้ทั้งราคาและปริมาณได้พร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นรายวัน, รายสัปดาห์, รายไตรมาศ, ครึ่งปีหรือหนึ่งปีก็ตาม ช่วยให้สามารถวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจซื้อขายได้ง่ายขึ้น

เล่นหุ้นผ่าน Android เกราะติดภาพรวมการซื้อขายได้ง่าย

Ticket : ดูภาพรวมการซื้อขายทุกตัวในตลาด

เสน่ห์อย่างหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ คือการที่เราแทบคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะถึงไม่ได้เลย ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนมีผลต่อจิตวิทยาและความกังวลของนักลงทุน การมองดูภาพรวมของ Ticket ทำให้เราทราบได้ว่าช่วงนั้นตลาดสนใจซื้อขายตัวไหนเป็นพิเศษ โดยปกติแล้ว Ticket มักจะผ่านไปแล้วผ่านไปเลย แต่ใน Streaming for Android เราสามารถดูย้อนหลังในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ได้

App เล่นหุ้น จะแจ้งเตือนทุกความเคลื่อนไหว

Alert : แจ้งเตือนทุกความเคลื่อนไหว

หากเราไม่สะดวกที่จะต้องติดตามหุ้นตลอดเวลา สามารถตั้งค่าให้แจ้งเตือนราคาและปริมาณได้ด้วย โดยการแจ้งเตือนจะมาผ่าน Notification ของ Android สมมุติว่าให้หุ้นตัวหนึ่ง เมื่อราคาหรือปริมาณถึงจำนวนหนึ่ง แล้วทำการแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติ (จะได้ไม่พลาดโอกาสซื้อขาย) นอกจากนี้ยังสามารถสรุปสภาวะตลาดได้ด้วยว่าเปิดที่ราคาเท่าไหร่ ปิดที่ราคาเท่าไหร่ ฯลฯ

เล่นหุ้นบนมือถือ ช่วยจัดสรรหน่วยลงทุนให้ดูง่ายแบบกราฟ

Portfolio : จัดสรรหน่วยลงทุนดูง่ายในแบบกราฟ

ผู้ใช้งานสามารถดูพอร์ตของตัวเองได้อย่างง่ายดาย สามารถเลื่อนเพื่อดูทั้งแบบกราฟวงกรมและกราฟแท่ง ช่วยให้สามารถจัดสรรหน่วยลงทุน และประมาณสัดส่วนการลงทุนได้ด้วยตัวเอง ดูได้ทั้งกำไร/ขาดทุนแบบบาทหรือเปอร์เซ็นต์

App เล่นหุ้น Streaming ทำงานรวดเร็ว ฉับไว

Realtime : ทำงานฉับไวและรวดเร็ว

Streaming for Android สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ตที่ติด FUP ก็ตาม นอกจากนี้ยังสามารถดูราคาหุ้นหรือ SET Index ย้อนหลังได้ถึง 1 ปี สามารถใช้งานได้แบบ Multi-Market ทั้งในส่วนของหุ้นและอนุพันธ์ … ขอบอกเลยว่าเวอร์ชั่นใหม่นี้ลื่นและเสถียรมาก!

สรุป

แน่นอนว่าในทุก การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน และการมีเครื่องมือที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและคำสั่งอย่างรวดเร็ว ช่วยให้เราไม่พลาดในทุกโอกาสที่สำคัญ โดยในวันนี้ Streaming for Android ก็มีการพัฒนาปรับปรุงไปค่อนข้างมาก หากใครสนใจสามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้จาก ที่นี่

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง
คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท
อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย
การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด
เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง
images

วิธีการสมัคร Exness

วิธีการฝากเงินเข้า Exness

วิธีการถอนเงินออกจาก Exness

วิธีการเปิดบัญชี Demo ทดลองเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness

 

อยากเล่นหุ้นต้องทำอย่างไร

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “หุ้น” กันมานานแล้ว แต่ทราบกันไหมคะว่า จริง ๆ แล้ว หุ้นคืออะไร? …ตามมาดูกันเลยค่ะ

หุ้น (Stock) ก็คือ หน่วยของความเป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งหมายความว่า เมื่อเราเป็นผู้ถือหุ้น (คือการซื้อหุ้น) เราจะมีสิทธิที่จะได้รับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท และมีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมในฐานะเจ้าของกิจการ รวมทั้งในกรณีที่เราถือหุ้นเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่กิจการออกทั้งหมด เราก็จะมีสิทธิ์เป็นเจ้าของกิจการนั้น ๆ ด้วยค่ะ

ต่อมาเรามาดูเรื่องผลตอบแทนกันบ้างค่ะว่า เล่นหุ้นแล้วได้อะไร ?

ผลตอบแทนหรือกำไรที่เราจะได้จากหุ้นนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ 

  1. Dividend yieldหรือ อัตราเงินปันผลอัตราเงินปันผลนี้เราจะคิดเป็น % ซึ่งหากหุ้นตัวใดมี Dividend Yield สูง หมายความว่าจะให้ผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลที่สูง โดยเราสามารถคำนวณได้จาก
    เงินปันผล (ต่อปี) ต่อ 1 หุ้นหารด้วยราคาหุ้น ซึ่งนำมาใช้เปรียบเทียบหุ้นที่มีราคา แตกต่างกันได้ เช่น

หุ้น ABC – เงินปันผลต่อหุ้น คือ 3 บาท, ราคาปิดปัจจุบันอยู่ที่ 90 บาท ดังนั้น Dividend yield = 3.33%
หุ้น DEF – เงินปันผลต่อหุ้น คือ 3 บาท, ราคาปิดปัจจุบันอยู่ที่ 120 บาท ดังนั้น Dividend yield = 2.50%

ดังนั้น หุ้น ABC ให้เงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ที่สูงกว่า เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่าคือ 90 บาท ในขณะที่หุ้นทั้ง 2 จ่ายเงินปันผลเท่ากัน คือ 3 บาท นั่นเองค่ะ


2. Capital Gain หรือ ส่วนต่างราคา : หลักสำคัญของส่วนต่างราคาก็คือ “การที่เราซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง ในราคา X บาท แล้วขายออกไปได้ในราคาที่แพงกว่า X บาทที่เราซื้อมา” ซึ่งเปรียบเหมือนกับการขายของ ที่เราจะต้องขายให้ได้ในราคาที่สูงกว่าต้นทุนที่ซื้อ และเมื่อขายได้ในราคาที่สูงกว่าแล้ว นั่นก็เท่ากับว่าเราได้กำไรจากหุ้นตัวนั้นแล้วนั่นเองค่ะ เช่น

หุ้น ABC – เราซื้อมาที่ราคา 90 บาท จำนวน 2,000 หุ้น แล้วขายได้ที่ราคา 150 บาท จำนวน 2,000 หุ้น จะได้ดังนี้ค่ะ

ซื้อ 90*2,000 = 180,000บาท  ขายได้ 120*2,000 = 240,000 บาท ซึ่งจะได้กำไรทั้งหมด
240,000-180,000 = 60,000 บาท นั่นเองค่ะ (ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมต่าง ๆ)

ดังนั้น เราจะได้ Capital Gain จากหุ้น ABC ประมาณ 60,000 บาท (ส่วนค่าธรรมเนียมจะขึ้นกับว่าเราซื้อขายออนไลน์หรือส่งคำสั่งผ่าน Marketing ค่ะ)

วิธีการซื้อขายหุ้น

มีกระบวนการซื้อขายเป็นดังภาพค่ะ

ที่มาภาพ : business.vayoclub.com

 

  • แบบออนไลน์ : เราจะผู้ส่งคำสั่งซื้อขายเอง บนอินเตอร์เน็ต (จะมีค่าธรรมเนียม 0.15%) ซึ่งจะสะดวก ติดตามหุ้นได้ตลอดเวลา และประหยัดค่าธรรมเนียม แต่ข้อเสียคือ อาจส่งคำสั่งซื้อขายผิดพลาดได้ง่าย

เช่น ถ้าซื้อหุ้น 10,000 บาท จะเสียค่าธรรมเนียม 15 บาท+ Vat 1.05 บาท ดังนั้น ต้องจ่ายเงินซื้อหุ้นทั้งหมด 10,016.05 บาทนั่นเอง

  • ให้เจ้าหน้าที่ส่งคำสั่งแทน : โดยโทรบอกผู้แนะนำการลงทุนที่อยู่ในบริษัทหลักทรัพย์ที่เราไปเปิดบัญชีด้วย (จะมีค่าธรรมเนียม 0.25%) ซึ่งมีข้อดีคือ สะดวกสำหรับคนที่ไม่มีเวลาติดตามหุ้นตลอดเวลา และมีผู้แนะนำการลงทุนรายงานผลให้ ส่วนข้อเสียคือ ค่าธรรมเนียมสูงกว่าส่งคำสั่งเองบนอินเตอร์เน็ต

เช่น ถ้าซื้อหุ้น 10,000 บาท จะเสียค่าธรรมเนียม 25 บาท+ Vat 1.75 บาท ดังนั้น ต้องจ่ายเงินซื้อหุ้นทั้งหมด 10,026.75 บาทนั่นเอง

รู้จักกับโบรกเกอร์

โบรกเกอร์ คือ บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งจะเป็นตัวกลางในการซื้อขายหุ้นให้กับนักลงทุนอย่างเราค่ะ ในที่นี้ขอแนะนำ exness สมัครฟรี ไม่กี่นาทีก็เปิดบัญชีหุ้นออนไลน์ได้แล้ว ไม่ต้องส่งเอกสารใดๆเลย สะดวกมากๆ

ดูวิธีสมัคร exness คลิกที่นี่

ส่วนเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน (Investment Consultant) หรือ Marketing จะเป็นผู้ติดต่อกับเราเพื่อแนะนำและให้ข้อมูลที่จำเป็นกับเรา รวมทั้งตอบคำถามที่เราสงสัยด้วยค่ะ

ซึ่งโบรกเกอร์แต่ละที่นั้นจะมีโปรแกรมพื้นฐานสำหรับการซื้อขาย โปรแกรมการวิเคราะห์หุ้นที่คล้าย ๆ กัน ซึ่งเราอาจเลือกจากความสะดวกในการใช้เครื่องมือต่าง ๆ หรืออาจเลือกจาก ช่องทางการติดต่อที่สะดวกค่ะ เช่น ใกล้บ้าน มีช่องทางติดต่อหลายทาง ก็ได้เช่นกันค่ะ

สำหรับโบรกเกอร์ที่มีขั้นต่ำกับไม่มีขั้นต่ำ

โบรกเกอร์แต่ละที่นั้น บางที่ก็จะมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำแต่บางที่ไม่มี เรามาดูกันค่ะว่ามันแตกต่างกันยังไง

สมมติเราซื้อหุ้นจำนวน 20,000 บาท

โบรกที่ไม่มีขั้นต่ำ เราจะเสียค่าธรรมเนียมเท่ากับ 53.5 บาท
(คอมมิชชั่น =20,000*0.0025 =50 , VAT = 50*0.07=3.5) ซึ่งเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีทุนน้อยและต้องการเทรดบ่อยๆ

โบรกมีขั้นต่ำ สมมติมีขั้นต่ำ 100 บาท แปลว่าหากเราเล่นต่ำกว่า 20,000 บาท ก็ยังคงเสียค่่าธรรมเนียม 100 บาทในการซื้อขายแต่ละครั้งอยู่ดีค่ะ

สำหรับรายชื่อโบรกเกอร์ทั้งหมดสามารถ Click ดูได้ที่นี่เลยค่ะ

รู้จักประเภทบัญชีหุ้น

  • บัญชีเงินสด (Cash Account) ชำระค่าซื้อหุ้นด้วยเงินสดเต็มตามจำานวนที่ซื้อภายใน 3 วันทำการ สำหรับบัญชีนี้ บริษัทหลักทรัพย์จะพิจารณาวงเงินที่เหมาะสมตามฐานะการเงินหลักประกันและความสามารถในการชำระหนี้ และในการซื้อขายจะวางเงินประกันเพียง 15%-20% ของวงเงินอนุมัติ โดยจะมีขั้นต่ำ 100,000 บาท
  • บัญชีเงินฝาก (Cash Balance Account) ซึ่งเราต้องฝากเงินเข้าไปมีเงินเท่าไหร่ซื้อหุ้นได้เท่านั้น เป็นบัญชีที่ไม่มีวงเงินตายตัว แต่มีขั้นต่ำคือ 5,000 บาท เช่น เราฝากเงินเข้าไปในในบัญชีหุ้น 1,000,000 บาท เราก็จะซื้อหุ้นได้ 1,000,000 บาท และเมื่อเเราซื้อหุ้นแล้ว จำนวนวงเงินก็จะลดลงตามไป เช่น ซื้อหุ้นไป 300,000 บาท วงเงินก็จะลดลงเหลือ 700,000 บาท นั่นเองค่ะ      *สำหรับมือใหม่แนะนำเปิดบัญชีประเภทนี้ค่ะ

 

  • บัญชีเงินกู้ยืม (Credit Balance Account) บัญชีแบบนี้จะคล้าย ๆ กับการกู้เงินค้ือ ยืมเงินเพื่อซื้อขายหุ้นจากบริษัทหลักทรัพย์บางส่วน โดยที่เราต้องมีเงินสดหรือหุ้น วางเป็นหลักประกันและจะต้องจ่ายดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้นั้น วงเงินกู้ยืมอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามราคาหุ้นที่วางเป็นประกันไว้ ถ้าราคาหุ้นลดลงมากๆจนอัตรามาร์จิ้นต่ำากว่าเกณฑ์ที่กำหนด บริษัทหลักทรัพย์อาจบังคับให้วางหลักประกันหรือเรียกเงินสดเพิ่มหรืออาจจะบังคับขาย (Forced Sell) หุ้นที่วางเป็นหลักประกันไว้เพื่อรักษาอัตรามาร์จิ้นให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งแบบนี้ขั้นต่ำก็อยู่ที่ 100,000 บาทค่ะ

สรุป

Step สำหรับคนอยากเล่นหุ้น

1 ทำความรู้จักกับหุ้นก่อน ว่าหุ้นคืออะไร แล้วสามารถทำเงินให้เราแบบไหนได้บ้าง

2 วิธีการซื้อขายหุ้น มีแบบไหนบ้าง และแบบไหนที่เหมาะกับเรา

3 เลือกโบรกเกอร์เพื่อเปิดบัญชีหุ้น ซึ่งต้องเข้าใจเรื่องการมีและไม่มีขั้นต่ำของแต่ละโบรกเกอร์ด้วย

4 รู้จักประเภทบัญชีหุ้นที่เราต้องการจะเปิด รวมทั้งเงื่อนไขต่าง ๆ ด้วย

เท่านี้เราก็จะมีบัญชีสำหรับซื้อขายหุ้นกันแล้ว ^___^

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง
คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท
อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย
การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด
เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง
images

วิธีการสมัคร Exness

วิธีการฝากเงินเข้า Exness

วิธีการถอนเงินออกจาก Exness

วิธีการเปิดบัญชี Demo ทดลองเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness

อย่า เล่นหุ้น เหมือนเล่นหวย

คนไทยเรามีนิสัยรักสนุกครับ เพราะเราอยู่บนแผ่นดินทอง ระหว่างรอข้าวออกรวง เราก็สร้างสรรค์ คิดกิจกรรมรื่นเริงทำกันได้ตลอดทั้งปี มีเรื่องให้ลุ้นกันสนุกได้ทุกครึ่งเดือน สะท้อนให้เห็นเช่นกัน ในตลาดหุ้นไทยเราที่มีสัดส่วนการลงทุนจากนักลงทุนรายย่อยมากกว่าครึ่ง ประกอบด้วยปริมาณการซื้อขายที่ค่อนข้างคึกคักเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเรานั้น หากมองแบบผ่านๆ ย่อมคิดได้ว่า ประเทศไทยน่าจะมีการตื่นตัวด้านการลงทุนของนักลงทุนรายบุคคลอย่างดี มีสังคมการลงทุนที่อุดมสมบูรณ์ แต่หากสังเกตดีๆ การแทงหวยมันมีความเหมือนและต่างกับการลงทุนในหุ้นอย่างน่าประหลาด อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำไมนักลงทุนส่วนใหญ่จึงยังไม่ประสบความสำเร็จด้านการลงทุนในหุ้นสักที

ความเหมือน ถ้าแทงถูกเลข หรือซื้อหุ้น(ปั่น)ถูกตัว ได้เงินค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับเงินต้น ได้เงินเร็วแทบทันที แถมมีอาการ “เสพย์ติด” ตื่นเต้นกับการลุ้นและร่วมวงเสวนากับชาวคณะปรับทุกข์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากโดนรวบหมดกอง โดยลงท้ายด้วยเหตุผลง่ายๆที่ว่า วันนี้ดวงไม่ดี

ความต่าง แทงหวย ฝันเอาได้ กลับเลข บวกหนึ่งบวกสอง แล้วถามเพื่อน หรือเด็กเดินโพยก็ได้ แต่เลือกหุ้นไม่สามารถฝันเอาได้ การขึ้นและลงของราคาเกิดจากผลประกอบการของบริษัทฯ และปัจจัยของอุปสงค์/อุปทานในตลาดล้วนๆ ไม่มีเครื่องรางของขลัง

แต่ถามว่านักลงทุนรายย่อยรู้เรื่องเหล่านี้ไหม ต้องบอกว่าส่วนใหญ่รู้ ถึงขั้นรู้ดี แต่ปรับพฤติกรรมไม่ได้ เพราะทางเลือกการสร้างผลตอบแทน โดยสอดคล้องกับพฤติกรรมรักสนุกของเรา มันน้อยเหลือเกิน อยากให้ลองดูจากแผนภาพทางเลือกการลงทุนอื่นๆ จะเห็นว่าหุ้นเป็นสินทรัพย์ที่มีให้ผลตอบแทนสูงสุด แต่ก็มีความเสี่ยงสูงสุดเช่นกัน (และต้องใช้ความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์มากที่สุด) ดังนั้น การที่เงินเราออกจากออมทรัพย์มาแล้วเลือกเพียงไม่เล่นหวยก็ เล่นหุ้น เปรียบเหมือน เดินเข้าฟิตเนสครั้งแรก ก็ไปยกน้ำหนักอันใหญ่สุดเลย

แน่นอนว่า ย่อมนักลงทุนแบบ Hardcore คือ ขยัน มีเวลา และรับความเสี่ยงได้มาก เหมือนคนที่เข้าฟิตเนส ยกตุ้มน้ำหนักทุกวันย่อมไปได้เร็วกว่าและ “มีโอกาส” สร้างผลตอบแทนได้สูงกว่า จากการทำงานหนัก แต่ไม่ได้แปลว่าคนไม่มีเวลาจะลงทุนไม่สำเร็จ แค่ต้องเลือกลงทุนในประเภทสินทรัพย์ที่เหมาะกับตนเองให้ได้ก่อน

งั้นเรามาฝึกตัวเอง ค่อยๆ ไล่จากตุ้มน้ำหนักอันเล็กหรืออันกลางก่อนดีไหม

01-stock-not-lottery

การเพิ่มความเสี่ยงตามผลตอบแทนคาดหวังโดยสอดคล้องกับเวลาที่มีให้กับการลงทุน

ในส่วนผลตอบแทน ลองพิจารณาช่วงผลตอบแทนจากแผนภาพ และจินตนาการว่า เราจะได้รับผลประมาณเท่านี้ (%) ต่อปี ไปเรื่อยๆในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า ไหวไหม น้อยไปหรือมากไป สอดคล้องกับเป้าหมายการเงินของเราหรือไม่

02-stock-not-lottery

ส่วนของความเสี่ยง หลักการง่ายๆ สำหรับตัดสินใจเบื้องต้นของการลงทุนระยะกลางถึงยาวคือ รวมทุกอย่างแล้ว เราคาดหวังผลตอบแทนเท่าไหร่ ก็มีโอกาสขาดทุนพอๆกัน (หรือมากกว่าในสินทรัพย์ที่เสี่ยงสูงขึ้น) เมื่อเราสามารถประเมินตัวนักลงทุนเองได้ ว่าเราเหมาะสมกับการลงทุนประเภทใดได้แล้ว ส่วนของเวลาที่เรามีให้กับการลงทุนที่เลือกมาแล้ว มากน้อยแค่ไหน จะเป็นปัจจัยที่จะกำหนดว่าเราจะเลือกลงทุนด้วย “เครื่องมือ” ใดอีกขั้นหนึ่ง

03-stock-not-lottery

ที่นี้ นักลงทุนก็พอจะทราบแล้วว่า เงินก้อนเดียวกัน แต่วิธีการสร้างผลตอบแทนนั้น มีได้หลากหลาย ลองใช้วิธีการง่ายๆ นี้ในเบื้องต้นและศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบเพิ่มเติม พิจารณาทางเลือกที่มี และตัดสรรให้เหมาะกับปัจจัยส่วนตัว ก่อนการลงทุนอีกครั้งนะครับ เปิดโลกการลงทุนให้มากกว่าแค่ เล่นหุ้นหรือเล่นหวย รับรองท่านจะไม่เสียใจภายหลังแน่นอนครับ

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง
คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท
อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย
การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด
เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง
images

วิธีการสมัคร Exness

วิธีการฝากเงินเข้า Exness

วิธีการถอนเงินออกจาก Exness

วิธีการเปิดบัญชี Demo ทดลองเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness

มือใหม่เล่นหุ้นอย่างไร เริ่มต้นอย่างไรดี

การลงทุนในหุ้น ถ้าลงทุนอย่างถูกวิธีก็ได้กำไร แถมเป็นกำไรแบบต่อเนื่อง คือ ดอกเบี้ยทบต้นได้เลยที่เดียว แต่หลายคนไม่เข้าใจว่า อย่างไรหรือซื้อหุ้น ทำอย่างไรถามกันมากมายในเว็บต่างๆ แต่ไม่มีคำตอบนอกจากบอกว่า ไปหาอ่านหนังสือเยอะๆแล้วจะเข้าใจเอง ก็อยากจะรวยเร็วๆนะครับ บอกเคล็ดลับสักทีสิ !! ใจเย็นๆครับ ที่นี่พอจะมีคำตอบแต่ต้องเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ขั้นแรกๆแบบให้เข้าใจ จะได้ไม่เป็นพี่เม่า น้องเม่า หรือที่เรียกว่าแมงเม่า (ทำนองว่า แมงเม่าบินเข้ากองไฟ ฮาๆๆๆ) จะเหลืออะไรนี่

หลายคนถามว่าเล่นหุ้น เหมือนเล่นพนันไหม แบบว่าแทงสูงแทงต่ำ ก็เหมือนกระดานหุ้นมีขึ้นลงเพราะเห็นกระดานหุ้นมีสีเขียวเวลาบวก และสีแดงเวลาติดลบ แปลว่าถ้าพนันหุ้นถูกตัวก็แทงหุ้นถูกตัวใช่ไหม ??

ไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอนครับ เพราะ “การเลือกซื้อหุ้นคือการเลือกซื้อกิจการที่เราอยากเป็นเจ้าของ หรืออยากลงทุนเพื่ออนาคตครับ และคำสั่งซื้อหุ้นก็ไม่ใช่ใบแทงหวย แทงสูง แทงต่ำใดๆทั้งสิ้น” อย่าเข้าใจผิดเชียวนะครับ

สมมติให้เข้าใจกันมากขึ้นว่าหุ้น KBANK คนในตลาดหุ้นจะรู้ว่าคือ ชื่อย่อหุ้นของ “ธนาคารกสิกรไทย” ราคาล่าสุด 183 บาทต่อหุ้น แปลว่า ถ้าซื้อหุ้น KBANK สัก 1 หุ้น จ่าย 183 บาท เราก็คือผู้ถือหุ้นทันที แต่ปกติก็ซื้อสัก 100 หุ้น1,000 หุ้นนะครับ ก็คูณกันไปว่าพอจะจ่ายได้สัก 18,300 บาท หรือ 183,000 บาท ก็จะได้จำนวนหุ้นที่ต้องการ และถ้าไม่ขายไปสักก่อนพอครบปี จะถูกเชิญเข้าร่วมประชุมในฐานะผู้ถือหุ้น….วาว!! เท่ห์ไม่หยอกเลย เพราะเราคือเจ้าของบริษัทคนหนึ่ง แต่มีสิทธิ์มีเสียงตามจำนวนหุ้นที่ถือเท่านั้นนะครับ

โดยวาระการประชุมส่วนใหญ่ก็ขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในแผนการดำเนินงานประจำปี บางคราวน่าตื่นเต้นหน่อยก็แจ้งการจ่ายเงินปันผลครับ และมีบางบริษัทก็ประชุมกันสองรอบใน 1 ปีก็มี แล้วแต่ผู้บริหารจะกำหนด….วาวดูคุ้นๆเหมือนหนังจีนฮ่องกงที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลย แต่ถ้าเราขายหุ้นหมดเสียก่อนเพื่อทำกำไรก็หมดสิทธิ์ในฐานะผู้ถือหุ้นครับ ฟังดูพอเข้าใจไหมครับ ที่สำคัญการซื้อหุ้นเขาเลือกซื้ออยู่ 2 เหตุผล คือ เก็งกำไรจากราคาส่วนต่างที่เปลี่ยนแปลงของหุ้น กับอีกเหตุผลคือ ถือหุ้นเพื่อรับเงินปันผลจากผลกำไรของบริษัทครับ

ตัวอย่างนี้ก็ถ้าหุ้น KBANK ราคาซื้อตอนแรก 183 บาท แต่พออีกวันขึ้นไป 185 บาทต่อหุ้น หากขายออก 1,000 หุ้น ก็กำไร 2,000 บาทเป็นต้น แต่ต้องหักค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นจากโบรกเกอร์(นายหน้าซื้อขายหุ้น)ต่างหากด้วยครับ ซึ่งปกติก็ประมาณ 0.25% ซึ่งแล้วแต่ละโบรกเกอร์จะกำหนด ส่วนเงินปันผลแล้วแต่บริษัทนั้นๆจะประกาศจ่ายไหม จ่ายเท่าไร จ่ายกี่ครั้งต่อปี ซึ่งผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลรายบริษัทนะครับ

เห็นหรือยังครับ ว่า “การซื้อหุ้นไม่ใช่การพนัน และไม่ใช่เล่นหวย เพราะต้องมีความรู้ความเข้าใจใน “หุ้น” พอสมควรทีเดียว และเลือกซื้อหุ้นก็ยากเอาการเดาใจไม่ค่อยออกว่าจะขึ้นหรือลง ในแต่ละวัน เดายากยิ่งกว่าเอาใจหญิงสาวเสียอีก (ฮะแฮ่ม…จริงๆนะ)นี่ถ้าไม่เคยอ่านงบการเงิน ไม่รู้ว่าหุ้นที่จะซื้อเป็นกิจการประเภทไหนมีอนาคตมากน้อยเพียงไร และมีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อผลการดำเนินงาน รวมถึงส่งผลต่อราคาหุ้นนั้นๆอย่างไรแล้วละก็ จบเห่….กันเลยทีเดียว”  และก่อนที่จะเลือกซื้อหุ้นได้ ปัจจัยที่สำคัญคือ “เงินลงทุน” ก็บอกแล้วว่าปัจจัยสำคัญ ก็แปลว่าเงินไงละครับ ไม่รักกันจริงไม่บอกนะครับนี่

 “เงินลงทุน” ซึ่งถ้าคุณไม่มีเงินถุงเงินถัง ไม่มีเงินมรดกจากเจ้าคุณปู่ เป็นเพียงมนุษย์เงินเดือน จะลงทุนอย่างไรดีละนี่ ก็ลำบากหน่อยแต่ไม่ใช่ไม่มีสิทธิ์ มีครับ ก็เก็บออมเงินเพื่อการลงทุนสิครับ ….วาว

สำหรับบางคนนั้นยากจังไม่ค่อยหลือเก็บ ก็ต้องฝึกให้เกิดวินัยทางการเงินละครับ อันนี้สำคัญมาก เพราะไม่ว่า มีเงินถุงเงินถังหรือ มีเบี้ยน้อยหอยน้อยก็ตาม ต้องมีวินัยการเงินอยู่ดีครับ ในคราวหน้าผมจำนำเสนอเรื่องวินัยการเงิน จิตวิทยาการลงทุนนะครับ ก่อนจะถึงการเริ่มต้นเล่นหุ้นซื้อหุ้นจริงๆ ซึ่งล้วนเป็นหัวข้อที่สำคัญสำหรับนักลงทุนเลยครับ

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง
คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท
อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย
การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด
เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง
images

วิธีการสมัคร Exness

วิธีการฝากเงินเข้า Exness

วิธีการถอนเงินออกจาก Exness

วิธีการเปิดบัญชี Demo ทดลองเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness

แนะ ‘ซื้อหุ้นใหญ่’ ดักหน้าปันผลระหว่างกาล

แนะซื้อหุ้นใหญ่ ดักหน้า “ปันผลระหว่างกาล”

เริ่มเข้าสู่การลงทุนซื้อหุ้น เพื่อดักหน้าเทศกาลการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล หลังจากบจ.เริ่มทยอยประกาศผลประกอบการรอบครึ่งปี 2560 โดยกรุงเทพธุรกิจได้สำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์พบว่า มีการประเมินหุ้นที่คาดว่าจะให้ยิลด์ปันผลระหว่างอัตราเฉลี่ย 1-3% ซึ่งจากข้อมูลพบว่าหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มสถาบันการเงิน โรงกลั่นและอสังหาริมทรัพย์

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์สระบุว่า ฝ่ายวิจัย ได้ Scan หุ้นใน DBSV Coverage ที่คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวดครึ่งแรกของปีนี้สูง โดยคัดเลือก 10 หุ้นเด่นที่ธุรกิจมั่นคงและคาดว่าให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) รอบครึ่งปีสูงประมาณ 1.7-3.0% ซึ่งประกอบด้วยหุ้นแบงก์เกียรตินาคิน(KKP) คาดให้อัตราผลตอบแทนประมาณ 2.5-3% หุ้นบางจาก(BCP)คาดยิลด์2.5%หุ้นปูนซิเมนต์ไทย( SCC )1.7-2.0%หุ้นปตท.( PTT)1.7-2.0% หุ้นไทยออยล์(TOP) 1.7-2.0%หุ้นแอดวานซ์

( ADVANC)1.5-2.0%หุ้นอินทัช(INTUCH) 2.0%หุ้นแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์( LH)3.0%หุ้นควอลิตี้เฮ้าส์(QH) 2.5% และหุ้นแสนสิริ( SIRI) 2.5-3%

ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นเดือนก..2560 พบว่า ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น มีเพียงหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับลดลง โดยหุ้นแบงก์เกียรตินาคินเพิ่มขึ้น 3.50%บางจาก 2.24%ปูนซิเมนต์ไทย 0.79% ปตท. 2.70%หุ้นไทยออยล์ 5.70%หุ้นแอดวานซ์5.63%อินทัช 5.26% ขณะที่หุ้นแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ลดลง2.50% ควอลิตี้เฮ้าส์ลดลง3.88%และแสนสิริลดลง 5.31%จะเห็นว่า ราคาหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูงได้มีแรงซื้อทยอยเข้ามาพอสมควร ขณะที่หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์กลับมีราคาปรับตัวลดลงสะท้อนว่านักลงทุนไม่ค่อยเชื่อมั่นผลประกอบการงวดครึ่งแรกของปีนี้

ฝ่ายวิจัยประเมินผลประกอบการหุ้นแลนด์แอนด์เฮ้าส์ โดยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปีนี้ถึง12%เป็น 1 หมื่นล้านบาท สะท้อนความสำเร็จในการขายโรงแรม Grande Centre Point ราชดำริ ที่มูลค่า 3.7 พันล้านบาท ขณะที่บริษัทมีมูลค่าทางบัญชีที่ 1.5 พันล้านบาท คาดมีกำไรก่อนภาษีที่ 2.2 พันล้านบาท แต่เนื่องจากแลนด์ ถือหุ้นในสัดส่วน 60% ในโรงแรมแห่งนี้ จึงคาดว่าจะมีกำไรหลังภาษีที่ 1.05 พันล้านบาท

เป้าหมายปี2560 คือ รักษาอัตราการเติบโตต่อเนื่องไปยังปี 2561ไม่ได้เร่งขายโครงการคอนโดมิเนียมที่จะแล้วเสร็จในปีนี้มากนัก และหากลูกค้ารายไหนไม่รีบโอน ก็ขอให้ไปโอนในปี 2561 แทน คาดการณ์เติบโตกำไรหลักปีนี้และปีหน้าอยู่ในเกณฑ์ดีเป็น12%/10% ตามลำดับอีกทั้งแลนด์ ยังมีจุดเด่นเรื่องปันผลสูงด้วย คาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปีนี้และปีหน้ามากเป็น 6.9% และ 6.7% ตามลำดับ

สอดคล้องกับบล.บัวหลวง ระบุว่าแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/2560 คาดแบงก์เกียรตินาคินอยู่ที่1.44 พันล้านบาทสูงขึ้น 11% จากปีก่อน หนุนโดยสินเชื่อเติบโตและการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ ลดลงประมาณการคาดว่าสินเชื่อเติบโต4%จากปีก่อน และ 2% จากไตรมาสก่อน ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรเติบโตขึ้น 3.3%ปี2560 มาอยู่ที่ 6.2 พันล้านบาท และปรับเพิ่ม 3% สำหรับปี 2561 มาอยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนสินเชื่อ5เดือนแรกที่เติบโตแข็งแกร่ง คาดธนาคารจะประกาศเงินปันผล 8.3% ในปี2560สูงสุดกลุ่มธนาคาร

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง
คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท
อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย
การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด
เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง
images

วิธีการสมัคร Exness

วิธีการฝากเงินเข้า Exness

วิธีการถอนเงินออกจาก Exness

วิธีการเปิดบัญชี Demo ทดลองเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness

5 วิธีเล่นหุ้นสำหรับมนุษย์เงินเดือน

ยุคนี้มนุษย์เงินเดือนแบบเราๆ คงเริ่มจะหารายได้เสริมทำกันแล้ว เพราะค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น รายได้ที่ได้มาก็ต้องสูงขึ้นตาม แต่เป็นแค่พนักงานกินเงินเดือน รายได้ก็คงจะไม่พอต่อค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปในแต่ละเดือนใช่ไหมคะ การเล่นหุ้นจึงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับพนักงานกินเงินเดือนแบบเราๆ เหมือนกัน แต่ ที่รู้ๆ กันนะคะ ว่าตลาดหุ้นนี่เป็นแหล่งที่รวบรวมความโหดเอาไว้ ก่อนที่จะมาลงในตลาดนี้เราก็ต้องศึกษาให้ดีๆ ก่อนค่ะ และนอกจากความโหดนี่แล้ว ทุกท่านคงคิดกันใช่ไหมคะว่าทุกวันนี้แค่งานประจำที่ทำอยู่ก็ไม่มีเวลาว่างมานั่งดูหุ้นแล้ว….. อย่าเพิ่งสิ้นหวังไปค่ะ ถึงจะทำงานประจำเราก็เล่นหุ้นได้เหมือนกันนะคะ

วันนี้ Admin จึงนำ 5 วิธีเล่นหุ้นสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ไม่ได้มีเวลามานั่งดูพอร์ตหุ้นทั้งวันมาฝากกันค่ะ

1. ไม่นั่งเฝ้าราคาทั้งวัน การเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้น บริษัทจ้างเรามาเพื่อทำงาน ถ้าคุณไม่ได้ทำงานเป็นมาร์ของโบรกที่ต้องคอยดูราคาขึ้นๆ ลงๆ คุณก็ไม่ควรนั่งจ้องหน้าจอหุ้นตลอดเวลา มีช่วงหนึ่งของชีวิตที่เคยเล่นหุ้นโดยมีระบบการซื้อขายที่ตัดสินใจจากราคาหุ้นที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วงนั้นต้องนั่งเฝ้าหน้าจอทั้งวันเลย ดีที่ตอนนั้นทำงานเป็นฟรีแลนซ์เลยปรับเวลาทำงานตัวเองเป็นหลังตลาดปิด แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองเสีย Productivity มาก เมื่อเทียบกับเงินเพียงเล็กน้อยที่ได้มาจากการเฝ้าหน้าจอ

2. ให้เล่นรอบยาว และไม่หวังรวยเร็ว เชื่อว่า 99% ของคนที่ไม่เคยเล่นหุ้นมาก่อนและกำลังตัดสินใจจะเล่นโดยที่ยังไม่มีความรู้อะไรมากนัก ย่อมคิดว่าการเล่นหุ้นทำให้รวยเร็ว เริ่มจากเงินลงทุนจำนวนไม่มากของตัวเอง ซื้อหุ้นตอนราคาต่ำๆ ถือไว้สักพักราคาจะวิ่งขึ้น จากนั้นก็ขายเพื่อเอาทุนคืน เอากำไรที่ได้ไปซื้อหุ้นตัวใหม่ ทำแบบนี้ไม่กี่รอบ จากเงินลงทุนหลักหมื่นจะกลายเป็นหลักแสน หลักแสนจะกลายเป็นหลักล้าน ไม่ปฏิเสธว่ามีคนที่ทำแบบนี้แล้วพอร์ตโตขึ้นจริง แต่คำถามคือมีคนกี่เปอร์เซ็นต์ที่ทำได้แบบนี้? และเขาจะได้กำไรไปเรื่อยๆ หรือเปล่า? มันทำให้คิดถึงคนที่เล่นหวย บางคนดวงดีทำบุญมาเยอะ ซื้อหวยแล้วถูกเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะถูกหวยบ่อยๆ เหมือนเขานะ

3. เล่นหุ้นให้เหมือนฝากประจำ สมัยที่ทำงานใหม่ๆ ได้เงินเดือน 20,000 บาท ก็จะแบ่งเงินครึ่งหนึ่งสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อีกครึ่งเอาเข้าบัญชีเงินฝากประจำทุกเดือนเป็นเวลา 24 เดือน มันน่าอึดอัดเหมือนกันเวลาที่อยากซื้อของราคาสูงๆ อย่างโน้ตบุ๊ก แต่มันก็ช่วยให้มีวินัยทางการเงิน และส่งผลให้สองปีต่อมา มีเงินก้อน 240,000 บาท บวกดอกเบี้ยอีกก้อนเล็กๆ ตอนนี้ประยุกต์ใช้วิธีนี้กับการเล่นหุ้น คือแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้ทุกเดือนเพื่อโอนเข้าบัญชีหุ้น (ใช้บัญชีเงินสด) บางคนอาจใช้เงินก้อนนี้ซื้อหุ้นทุกเดือนเลยโดยไม่สนราคา แต่ใช้วิธีถือเงินสดไว้และรอเข้าซื้อในจังหวะที่หุ้นตกแรงๆ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่ละปีจะมีช่วงเวลาที่หุ้นตกหนักประมาณ 2-3 ครั้ง

4. ซื้อหุ้นเหมือนซื้อกิจการ เป็นกฎของนักลงทุนแนวพื้นฐาน (Fundamental) และนักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) เนื่องจากมนุษย์เงินเดือนไม่มีเวลานั่งเฝ้าราคา และไม่หวังรวยเร็วจากการเล่นรอบ เลยต้องซื้อหุ้นโดยวิเคราะห์พื้นฐานของธุรกิจนั้นๆ เสมือนว่าเราจะซื้อกิจการ ต้องเข้าใจว่ารายรับของบริษัทมาจากไหน มีรายจ่ายอะไรบ้าง ลูกค้าคือใคร สภาพตลาดเป็นยังไง อีก 5 ปี ตลาดจะใหญ่ขึ้นมั้ย คู่แข่งแข็งแกร่งแค่ไหน ผู้บริหารเป็นยังไง ฯลฯ ถ้าเข้าใจสิ่งเหล่านี้ เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเข้ามาทำให้ราคาหุ้นตกหนัก ก็จะเข้าใจว่าเหตุการณ์นั้นส่งผลกระทบต่อพื้นฐานของธุรกิจในระยะยาวจริงหรือเปล่า ถ้ามีผลแค่ระยะสั้น ก็ใช้เงินสดในข้อ 3 เพื่อซื้อหุ้นเพิ่ม แต่ถ้าดูแล้วน่าจะส่งผลกระทบในระยะยาว แบบนี้ก็ค่อยพิจารณาขายทิ้ง

5. ตั้งเป้าหมายว่าจะมีรายได้จากเงินปันผลไว้ใช้ตอนเกษียณ ลองประเมินดูว่าทุกวันนี้ถ้าเรากินอยู่อย่างประหยัด ต้องใช้เงินเท่าไหร่ ลองคูณเงินเฟ้อเพื่อดูว่าอีก 20-30 ปีที่เราเกษียณแล้ว เราต้องใช้เงินเท่าไหร่ ถ้าค่าใช้จ่ายของเราในอนาคตมาจากเงินปันผล แปลว่าตอนนั้นเราควรมีพอร์ตขนาดไหน พอร์ตของเราในปัจจุบันยังห่างจากเป้าหมายเท่าไหร่ ในแต่ละปีเราควรจะมีเป้าหมายในการเพิ่มขนาดพอร์ตปีละเท่าไหร่ ถ้าวางแผนให้ดีตั้งแต่ตอนที่ยังมีแรงทำงาน พอถึงตอนที่ทำงานไม่ไหวแล้ว เราจะได้ไม่ต้องลำบากลูกหลานนะคะ

Image

#investor
#investorz
#หุ้น
#กราฟหุ้น

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง
คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท
อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย
การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด
เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง
images

วิธีการสมัคร Exness

วิธีการฝากเงินเข้า Exness

วิธีการถอนเงินออกจาก Exness

วิธีการเปิดบัญชี Demo ทดลองเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness

เล่นหุ้น 3 แบบ ทั้งสนุก ทั้งรวย

เล่นหุ้นออนไลน์ไม่ยาก? จริงหรือไม่ ใช่หรือมั่ว … หลายคนเห็นแต่คน “ติดหุ้น” ติดดอย ซื้อเป็นลง ขายเป็นขึ้น … ทำไมไม่ประสบความสำเร็จเสียที หรือว่าเราคิดผิด … ออกแบบการเล่นหุ้นไม่ถูกต้อง … แล้วที่จริงการเล่นหุ้นให้ประสบความสำเร็จ ทั้งสนุก และรวย มันคืออะไร?

สำหรับการลงทุนหุ้นจากประสบการณ์จริงนั้น ขอแบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ ลงทุนระยะยาว เล่นหุ้นแบบเก็งกำไรงบการเงิน และเล่นหุ้นแบบซื้อตอนมีข่าวร้าย ติดตามทีละแบบได้เลย …

แบบแรก “ลงทุนระยะยาว”

การลงทุนระยะยาวถือเป็น “แกนหลัก” ที่นักเล่นหุ้นควรยึดพื้นที่เอาไว้ให้ได้ก่อน มีคนส่งคำถามมาถามว่า เล่นหุ้นแบบไหนดี ผมมักจะตอบคำถามนี้สองแบบ …

ถ้าเอาแบบตรงใจคนถามคำถาม… ผมมักจะบอกให้ซื้อถูกขายแพง

แต่ถ้าเอาแบบจริงจัง… แนะนำให้ซื้อและถือลงทุนระยะยาวโดยไม่ต้องขายตราบเท่าที่กิจการนั้นๆ ยังดีอยู่ สาเหตุที่เราสามารถซื้อหุ้นแล้วไม่ต้องขายต้องประกอบด้วยปัจจัยด้าน “ราคาหุ้น” และตัวกิจการของบริษัทนั้นๆ พูดง่ายๆ ก็คือ ซื้อหุ้นให้ถูกตัวไม่พอ จะต้องซื้อให้ถูกราคาด้วย

การซื้อหุ้นถูกตัวหมายถึงเราต้องมองหาหุ้นที่เป็นกิจการที่ดี ซื้อแบบเราเป็นเจ้าของกิจการว่าเราจะลงทุนหรือไม่กับบริษัทที่ประกอบกิจการแบบนี้ โดยต้องดูเทรนด์ในอนาคตประกอบการตัดสินใจด้วยครับ

ยกตัวอย่างเช่น “หุ้นรถไฟฟ้า” ที่ในอนาคตจะมีคนใช้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ ตามสายสีต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ถ้าเป็นแบบนี้ผมแนะนำให้ซื้อเก็บไว้ยาวๆ ยิ่งเราซื้อได้เร็ว ได้ราคาดียิ่งต้องเก็บยาว อย่าไปหวั่นไหวกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เข้ามากระทบ แต่ควรมองเป็น “โอกาส” ในการเก็บหุ้นรถไฟฟ้าเพิ่ม ตราบใดที่ยังมีคนใช้บริการทุกวัน ก็จะเก็บเงินได้ทุกวันนั่นเอง … และนั่นคือวิธีการแบบแรกของการลงทุนในหุ้น

umblr_nqx8lbO6HP1tubinno1_1280

แบบที่สอง “เล่นหุ้นแบบเก็งกำไรงบการเงิน”

สำหรับคนที่คิดจะเล่นหุ้นในแบบนี้เราต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่าเราซื้อหุ้นเพื่อ “เก็งกำไร” หมายความว่าถ้าเรื่องราวที่เราคาดการณ์เอาไว้ไม่เป็นไปตามที่คิด เราต้องพร้อมจะขายตัดขาดทุน หรือที่เรียกกันว่า CUT LOSS เพราะหากเราคิดจะเก็งกำไรแต่ไม่มีวินัย โอกาสที่จะเกิดความเสียหายกับพอร์ตการลงทุนอย่างเรามีสูงมาก ไม่ใช่ซื้อหุ้นแล้วติด ก็คิดจะถือยาวเหมือนแบบแรก

แนวคิดของการเล่นหุ้นแบบเก็งกำไรงบการเงินก็คือ เราต้องคอยติดตามกิจการที่เราสนใจว่ามี seasoning หรือมีผลการดำเนินงานเป็นฤดูกาลหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ที่มีผลการดำเนินงานขึ้นกับจำนวนนักท่องเที่ยว โดยฤดูท่องเที่ยวจะทำให้กำไรบวมในไตรมาสนั้น

โดยปกติบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นจะต้องประกาศผลการดำเนินงาน ออกงบดุล งบกำไรขาดทุน ภายใน 45 วันหลังปิดงบการเงินในไตรมาสนั้นๆ ดังนั้นการเก็งกำไรจึงจะเริ่มตั้งแต่ใกล้ปิดงบการเงิน และหลังปิดงบการเงิน อย่างงบการเงินไตรมาส 1 จะสิ้นสุดที่ 31 มีนาคม การเก็งกำไรก็จะเริ่มก่อนปิดงบการเงิน หรือหลังปิดงบการเงินไปสุดที่ 15 พฤษภาคม โดยจะครอบคลุมระยะเวลาประมาณ 2 เดือนนั่นเอง

หลักการเก็งกำไรงบการเงิน เราต้องคาดเดาล่วงหน้าว่าเมื่อประกาศงบแล้วกำไรจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยนักลงทุนจะต้องเข้าไปแกะงบการเงิน ดูตั้งแต่รายได้ที่เติบโตขึ้น ลงไปถึงบรรทัดสุดท้าย คือกำไรที่เพิ่มขึ้น เมื่องบใกล้ออก ราคาหุ้นจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้น เราก็ขายทำกำไรออกมา หากงบไม่เป็นไปตามที่คิดก็ต้องพร้อมที่จะตัดขาดทุนทันที

แบบที่สาม “ซื้อหุ้นตอนมีข่าวร้าย”

การเล่นหุ้นแบบที่สามจะอาศัยสิ่งที่เรียกว่า “จิตวิยาการลงทุน” หลักการก็คือ คนส่วนใหญ่มักจะกลัวตอนข่าวร้าย และมักจะโลภตอนข่าวดี หน้าที่ของเราก็คือ หากมีข่าวร้ายเราต้องซื้อสวนคนส่วนใหญ่ และไปปล่อยขายตอนมีข่าวดีนั่นเอง ฟังดูเหมือนง่านใช่มั้ย?

อย่างไรก็ตามชีวิตจริงมันไม่ง่ายขนาดนั้น การที่เราจะทำใจกล้าซื้อสวนตอนข่าวร้ายนั้นเป็นเรื่องยาก และหากเราซื้อเร็วเกินไป ราคาหุ้นยังไม่ตกต่ำถึงจุดที่จะกลับตัว เราก็จะขาดทุนอย่างหนัก การลงทุนแบบนี้จึงถือเป็นแนวทางที่เสี่ยงที่สุด สิ่งที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จกับการลงทุนแบบนี้คือ “วินัยในการลงทุน”

วินัยในการลงทุนก็คือ เราต้องพร้อมที่จะตัดขาดทุนหากราคาตกลงอย่างรุนแรงเกินกว่า 10-15% และต้องรีบขายทำกำไรทันทีถ้าราคาหุ้นขึ้นไปตามที่เราคาดหมาย เพราะบางครั้งข่าวร้ายที่เราคิดว่า “ชั่วคราว” อาจเป็นข่าวร้ายถาวรก็เป็นไปได้ แนวคิดการลงทุนแบบนี้จึงเสี่ยงสูง และต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

รูปแบบการเล่นหุ้นทั้งสามแบบนั้น สำหรับผู้เขียนแล้วชอบรูปแบบแรกที่สุด คือ การลงทุนระยะยาว แต่สำหรับผู้ที่ยังมีเงินทุนไม่มาก และพร้อมที่จะเสี่ยงการลงทุนสองรูปแบบหลังจะช่วยเร่งการเติบโตของพอร์ตได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือ “วินัยในการลงทุน” จะทำให้เราไม่ติดหุ้น และทำกำไรได้ในที่สุด

คนจนซื้อล็อตเตอรี่เดือนละ 2 ครั้งและหวังว่าจะได้เงินล้าน แต่โอกาสนั้นก็ไม่เคยมาถึง
คนรวยมากมาย ทำเงินจากการเล่นหุ้นทุกๆวัน มีผู้ได้กำไรจากตลาดหุ้นนับแสนล้านบาท
อยากรวย จากการเล่นหุ้น ต้องเริ่มคิดแบบคนรวย แล้วคุณจะเป็นคนรวย รวยด้วยการเล่นหุ้น
คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้ วันนี้การเล่นหุ้น ไม่ต้องมีเงินแสน ก็ทำเงินได้เหมือนคนรวย
การเล่นหุ้นสมัยใหม่ สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และทำกำไรง่ายกว่าที่คุณคิด
เล่นหุ้น ใช้ทุนน้อย เริ่มต้นเล่นหุ้นเพียง 500 บาท แต่ได้กำไรสูง
images

วิธีการสมัคร Exness

วิธีการฝากเงินเข้า Exness

วิธีการถอนเงินออกจาก Exness

วิธีการเปิดบัญชี Demo ทดลองเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 Exness

วิธีเลือกเล่นหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ Exness